ประเพณีแห่หงส์ ธงตะขาบ

ประเพณีแห่หงส์ ธงตะขาบ

ประเพณีแห่หงส์ ธงตะขาบ
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวสมุทรปราการ

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
 
ช่วงเวลา 13 เมษายน ของทุกปี เพื่อบูชาและเฉลิมฉลองเมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากดาวดึงส์เทวโลกใน งานฉลองงานบุญการกุศล ชาวรามัญจะใช้เสาหงส์และธงตะขาบคู่กัน "หงส์" เป็นสัญลักษณ์ของรามัญประเทศ มีตำนานที่เล่าขานกันมาดังนี้
 
ประเพณีไทย หลังจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ได้ 8 ปี ได้เสด็จไปโปรดเวไนยสัตว์ในแคว้นต่างๆ จนกระทั่งวันหนึ่งได้เสด็จมาถึงภูเขาสุทัศนมรังสิต ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองสะเทิม ทรงผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ทอดพระเนตรเห็นเนินดินกลางทะเล เมื่อน้ำงวดสูงได้ประมาณ 23 วา ครั้งน้ำเปี่ยมฝั่งพอน้ำกระเพื่อม บนเนินดินนั้นมีหงส์ทอง 2 ตัวเล่นน้ำอยู่ ตัวเมียเกาะอยู่บนหลังตัวผู้ เนื่องจากเนินดินที่ยืนอยู่มีขนาดเล็กเพียงนิดเดียว พอที่หงส์ยืนได้ตัวเดียว ว่ากาลสืบไปภายหน้า เนินดินที่หงส์ทองทั้งสองเล่นน้ำนี้จะกลายเป็นแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาล เป็นมหานครมีพระเจ้าแผ่นดินปกครอง และศาสนาของพระองค์จะเจริญรุ่งเรืองขึ้น ณ ที่นี้
 
ครั้นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานล่วงไปแล้ว 100 ปี เนินดินกลางทะเลใหญ่นั้นก็ตื้นเขินขึ้นจนกลายเป็นแผ่นดินอันกว้างใหญ่ มีพระราชบุตรของพระเจ้าเสนะคงคา ทรงพระนามว่าสมลกุมาร และวิมลกุมาร เป็นผู้รวบรวมไพร่พลตั้งเป็นเมืองขึ้น เป็นอันว่าเมืองหงสาวดี ซึ่งมอญเรียกว่า อองสาแวะตอย ได้เกิดขึ้น ณ ดินแดนที่มีหงส์ทองลงเล่นน้ำอยู่นั่นเอง ดังนั้นชาวมอญในหงสาวดีจึงใช้หงส์เป็นสัญลักษณ์ของประเทศแต่นั้นมา
 
ดังได้กล่าวแล้วว่า คนมอญนั้นมีชีวิต จิตใจ และความเป็นอยู่ผูกพันอยู่กับพุทธศาสนา จึงสร้างเสาหงส์ตั้งตระหง่านอยู่หน้าวัด เป็นการแสดงว่าวัดนั้นเป็นวัดมอญ
 
ที่มาของธงตะขาบ เมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ทรงรำลึกถึงพระมารดาซึ่งดับขันธ์ขึ้นไปสู่ดาวดึงส์เทวโลก พระองค์ปรารถนาที่จะโปรดพุทธมารดาด้วยพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ ซึ่งเป็นธรรมชั้นสูง จึงเสด็จขึ้นไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์และแสดงธรรมดังกล่าว จนพระมารดาได้สำเร็จพระโสดาปัตติผลเบื้องต้น เมื่อการแสดงพระธรรมเทศนาครบ 3 เดือน (หนึ่งไตรมาส) พระมารดาบรรลุธรรมชั้นพรหมวิหารสุขากาโม ส่วนเทพทั้งหลายที่ได้มีโอกาสฟังธรรมในครั้งนี้ก็พาบรรลุโสดาปัตติผล เช่นกัน
 
เมื่อครบไตรมาสแล้วพระพุทธองค์ก็เสด็จกลับมายังมนุษยโลก เมื่อวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ก่อนพุทธศก 80 ปี ในครั้งนั้นได้มีมวลเทพพระอินทร์ พระพรหม ได้เนรมิตให้เกิดเป็นบันไดเงิน บันไดทองรองรับ บ้างก็ถือเครื่องสูงอันประกอบด้วยราชวัตร ฉัตร ธง และเครื่องดนตรี ดีด สี ตี เป่า มาประโคม ส่วนมวลมนุษย์ในโลกที่เลื่อมใสในพระองค์ต่างพากันดีใจ นำอาหารมาใส่บาตร แต่เนื่องด้วยจำนวนคนที่ไปใส่บาตรนั้นมจำนวนมากไม่สามารถนำอาหารเข้าไปถึงพระองค์ได้จึงทำเป็นข้าวต้มมัดเล็กๆ แล้วโยนใส่บาตร จึงเกิดเป็นประเพณีใส่บาตรข้าวต้มลูกโยนตั้งแต่ครั้งนั้นมา
 
นอกจากประชาชนจะนำอาหารไปใส่บาตรแล้ว ยังได้ทำการต้อนรับเฉลิมฉลองด้วยการปักธงรูปต่างๆ เป็นทิวแถว กล่าวโดยเฉพาะชนชาติมอญที่ใกล้กับประเทศอินเดียมากที่สุดนั้นได้ทำธงเป็นรูปตะขาบหรือเรียกว่า ธงตะขาบ (ภาษามอญ เรียกว่า อะลายเทียะกี) เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง เป็นการต้อนรับสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า และสาเหตุที่ทำเป็นธงตะขาบ เนื่องจาก
 
1. ทางโลก ตะขาบเป็นสัตว์ที่มีลำตัวยาวมาก มีเท้ามาก มีเขี้ยวเล็บที่มีพิษ สามารถต่อสู้กับศัตรูที่มาระราน และรักษาตัวเองได้ เปรียบเสมือนคนมอญที่มิเคยหวาดหวั่นต่อข้าศึกศัตรู สามารถปกป้องคุ้มครองประเทศของตนเองได้ เช่นกัน
 
อีกนัยหนึ่งตะขาบเป็นสัตว์ที่มีลูกมากคือ 20-30 ตัว แม่ตะขาบจะคอยดูแลปกป้องลูกเอาไว้ในอ้อมอก เปรียบเสมือนกับว่า หากประเทศรามัญสามารถปกครองดูแลประชาราษฎร์ได้เหมือนตะขาบแล้ว รามัญประเทศจะเจริญรุ่งเรืองและอยู่ต่อไปอีกยาวนานด้วยความร่มเย็นเป็นสุข
 
2. ทางธรรม ทุกส่วนของตะขาบนั้นคนมอญจะตีความออกเป็นปริศนาทั้งสิ้นนับตั้งแต่ลำตัวจากหัวถึงหางมี 22 ปล้อง ขาทั้งสองข้างนับได้ 20 คู่ คือ 40 ขา มีหนวด 2 เส้น มีหาง 2 หาง มีเขี้ยว 2 เขี้ยว มีตา 2 ข้าง กล่าวโดยละเอียดได้ดังนี้
 
2.1 หนวด 2 เส้น ได้แก่ ธรรมที่มีอุปการะมากแบ่งได้ 2 อย่าง คือ
- สติ คือ ความระลึกได้
- สัมปชัญญะ คือ ความรู้ตัว
 
2.2 หาง 2 หาง ได้แก่
- ขันติ คือ ความอดกลั้น
- โสรัจจะ คือ ความเสงี่ยม เจียมตัว
 
2.3 เขี้ยว 2 เขี้ยว ได้แก่
- หริ คือ ความละอายแก่ใจเมื่อทำชั่ว
- โอตัปปะ คือ ความเกรงกลัวเมื่อทำบาป
 
2.4 ตา 2 ข้าง หมายถึง บุคคลที่หาได้ยากแล่งได้ 2 ประเภท คือ
- บุพการี บุคคลผู้ทำอุปการะมาก่อน
- กตัญญูกตเวที บุคคลผู้รู้อุปการะที่ท่านทำแล้ว และเราทำตอบแก่ท่าน
 
2.5 ลำตัวมี 22 ปล้อง ได้แก่
- สติปัฎฐาน 4
- สัมมัปปธาน 4
- อิทธิบาท 4
- อินทรีย์ 5
- พละ 5
 
2.6 ขาที่เป็นคู่ๆ รวมแล้ว 40 ขา ได้แก่
- กุศลกรรมบท 10
- บุญกริยาวัตถุ 10
- นาถกรณธรรม 10
- อนุสติ 10
 
จากการที่ชาวมอญเป็นผู้ที่นับถือศาสนาพุทธอย่างเคร่งครัด เมื่อสิ่งใดที่เป็นการกระทำเพื่อพุทธศาสนาแล้ว โดยชาวมอญจะต้อนรับเสมอดังเช่นธงตะขาบที่มีตำนานเล่าขานกันมาและเมื่อทำธงตะขาบแล้วก็จะนำขึ้นแขวนบนเสาหงส์ จึงถือได้ว่าเป็นการบูชาองค์สัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง โดยในปัจจุบัน ชาวมอญในอำเภอพระประแดงมีอยู่ 10 หมู่บ้าน จะมีการเวียนกันซึ่งเป็นการแบ่งเบาภาระการจัดงาน โดยเวียนกันเป็นประธานจัดงานปีละ 1 หมู่บ้าน ซึ่งแต่เดิมมานั้นจะกระทำกันเฉพาะแต่ละหมู่บ้านเท่านั้น
 
ถึงอย่างไรก็ตามเมื่อมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ เพื่อเป็นการบูชาแล้ว โดยหมู่บ้านมอญทั้งหลายจึงร่วมมือกันจัดงานพร้อมกัน เป็นขบวนแห่แหนที่งดงามมาก ในวันที่ 13 เมษายนของทุกปี หมู่บ้านที่เป็นต้นแบบของประเพณีนี้ คือ หมู่บ้านทรงคนอง ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้านคือ วัดคันลัด โดยวัดนี้มีเสาหงส์เป็นแห่งแรกในบรรดาวัดมอญทั้งหลาย เมื่อถึงเทศกาลตรุษสงกรานต์ ซึ่งชาวมอญในหมู่บ้านจะช่วยกันทำธงตะขาบขึ้นแขวนบนยอดเสาที่ประดิษฐ์ด้วยตัวหงส์ 
คำค้น คำค้น: ประเพณีแห่หงส์ ธงตะขาบประเพณีแห่หงส์ ธงตะขาบ วัดคันลัด ประเพณีไทย วัฒนธรรมไทย
ปรับปรุงล่าสุด ปรับปรุงล่าสุด: 10 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
     
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

https://www.lovethailand.org/อ.เมืองสมุทรปราการ(9)

https://www.lovethailand.org/อ.บางบ่อ(6)

https://www.lovethailand.org/อ.บางพลี(17)

https://www.lovethailand.org/อ.พระประแดง(24)

https://www.lovethailand.org/อ.พระสมุทรเจดีย์(12)

https://www.lovethailand.org/อ.บางเสาธง(1)