
ประเพณีรำผีโรง ประเพณีภาคกลาง





สถานที่ท่องเที่ยวนครนายก
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
ประเพณีรำผีโรง จังหวัดนครนายก ชาวมอญนครนายกมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับชาวไทยในเขตภาคกลางโดยทั่วไป ซึ่งมีความเชื่อผสมกลมกลืนกันระหว่างการนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือ "การนับถือผี" กับพุทธศาสนา อย่างไรก็ตาม ชาวมอญนครนายกมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจาก "พวกมอญใหม่" ซึ่งอพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ โดยชาวมอญใหม่ยังสามารถดำรงและสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของตน เช่น การพูดภาษามอญ การรับประทานอาหาร หรือการแต่งกายแบบมอญได้ในระดับหนึ่ง แต่ชาวมอญนครนายกได้ผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรมกับชาวไทยกลุ่มอื่น ๆ จนยากที่จะแยกออก
สิ่งที่ยังคงแสดงถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาวมอญนครนายกคือ การนับถือผีบรรพบุรุษมอญหรือ "ผีมอญ" ซึ่งยังคงสืบทอดต่อมาและกลายเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมสำคัญในชุมชน เช่น การรำผีโรง
การรำผีโรงมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทางวัฒนธรรมของชาวมอญนครนายก โดยเฉพาะในการเชื่อมโยงระหว่างความเชื่อดั้งเดิมและชีวิตประจำวัน พิธีกรรมดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายหลากหลาย ได้แก่: การเลี้ยงผีประจำคุ้มบ้าน รวมถึงผีที่ปกป้องคุ้มครองอาณาบริเวณแถบนั้นทั้งหมด, การเลี้ยงผีบรรพบุรุษหรือผีประจำตระกูล และการเลี้ยงผีเพื่อแสดงความขอบคุณหลังจากสมประสงค์ตามที่บนบานไว้
การรำผีโรงเป็นการแสดงออกถึงความเชื่อและศรัทธาของชุมชนผ่านการแสดงศิลปะที่มีเอกลักษณ์ การรำผีประกอบด้วยชุดรำต่าง ๆ จำนวน 15 ชุด เช่น รำดาบ รำกริช รำผีช้าง ผีม้า ผีควาย เป็นต้น ผีแต่ละผีจะแต่งกายแตกต่างกันไปตามบทบาท โดยทั่วไปจะแต่งกายแบบมอญ เช่น การนุ่งผ้าโจงกระเบน มีผ้าแถบคล้องคอ
เมื่อผีจะเข้าร่างทรง ร่างทรงจะโหนผ้าขาวม้าเพื่อให้ผีเข้า และรำตามจังหวะดนตรีที่บรรเลง ขณะรำร่างทรงจะดื่มเหล้าและรับประทานเครื่องเซ่น (ดื่มเหล้าเป็นหลัก รับประทานเครื่องเซ่นเพียงเล็กน้อย) รวมถึงพูดคุยกับลูกหลานในชุมชน การเข้าประทับทรงของผีอาจเกิดขึ้นทีละผีหรือหลายผีพร้อมกัน โดยจะรำไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งผู้รำล้มลงกับพื้น ซึ่งแสดงว่าผีออกจากร่างทรงแล้ว
พิธีรำผีโรงจัดขึ้นเป็นพิธีกรรมสำคัญของชาวมอญในเขตตำบลบ้านนา จังหวัดนครนายก โดยจะจัดขึ้นหลังฤดูเก็บเกี่ยวจนถึงก่อนเข้าพรรษา และจะไม่ประกอบพิธีในวันพระ
ประเพณีรำผีโรงสะท้อนถึงความเชื่อและวัฒนธรรมภาคกลางอันลึกซึ้งของชาวมอญนครนายก ซึ่งผสมผสานระหว่างความศรัทธาในผีบรรพบุรุษและพุทธศาสนา การสืบทอดพิธีกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการอนุรักษ์เอกลักษณ์ของชุมชน แต่ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความเป็นหนึ่งเดียวในหมู่สมาชิกในชุมชนอีกด้วย


