
วัดบางบอน





สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
วัดบางบอน ก่อนปี พ.ศ. 2453 ท้องที่ในแขวงบางบอนใต้ (ชื่อเรียกในสมัยนั้น) ไม่มีวัดมีแต่ชาวบ้านที่นับถือศาสนาพุทธศาสนา อาศัยตั้งบ้านเรือนอยู่กันเป็นชุมชนแล้ว แม้จะยังไม่หนาแน่นนัก เนื่องจากวัดเป็นศูนย์กลางของสังคมไทย ที่นับถือพระพุทธศาสนา มาตั้งแต่อดีต เป็นเหตุให้ชาวบางบอนใต้ประสบปัญหามาก เมื่อจะบำเพ็ญกุศลที่เกี่ยวข้องกับพระภิกษุสงฆ์ ทั้งในยมปกติและยามเทศกาล เป็นเหตุให้ชาวบางบอนใต้
ผู้สร้างวัดบางบอน หรือ (วัดใหม่ตาเฉยบางบอนใต้) ขณะนั้น ชาวบางบอนใต้ นำโดย ปู่เฉย ย่ากัน เปียธัญญา พร้อมด้วยเพื่อนบ้าน ได้ขวนขวาย ชักชวนกันสร้างเป็นเพิงไม้ปูพื้นด้วยไม้กระดานไว้ ณ ที่ตั้งวัดบางบอนนี้ ซึ่งเดิมเป็นที่อยู่ของตน แต่ได้ย้ายไปอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ตั้งวัดบางบอนปัจจุบัน ถึงเวลาราชการ เช่น ตรุษสงกรานต์ เป็นต้น ปู่เฉยก็จะไปนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ จากวัดอัปสรสวรรค์ (วัดหมู) อ. ภาษีเจริญ จ. ธนบุรี ซึ่งมีพระภิกษุเจริญ อุปติสโส เป็นหัวหน้าไปร่วมพิธี เพื่อให้ชาวบางบอนใต้ร่วมกันบำเพ็ญกุศล เป็นที่แซ่ซ้องสรรเสริญโดยทั่วกัน กิจกรรมดังกล่าวนี้ได้ดำเนินไปประมาณ 2 – 3 ปี
ปี พ.ศ. 2453 ปู่เฉย ย่ากัน เปียปัญญา ได้บริจาคที่ดิน ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งบ้านเรือนเดิมของตน (ที่ตั้งวัดบางบอนในปัจจุบัน) มีเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษให้สร้างเป็นวัดอุทิศไว้ในพระพุทธศาสนา พร้อมได้ถวายเรือนอีก 2 หลัง ให้รื้อไปสร้างเป็นกุฏิที่พำนักสงฆ์ โดยได้นิมนต์ พระสมุห์เจริญ อุปติสโส จากวัดอัปสรสวรรค์ ( วัดหมู ) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง และได้ตั้งชื่อสำนักสงฆ์นี้ว่า “วัดใหม่ตาเฉยบางบอนใต้”
เมื่อสร้างวัดใหม่ตาเฉยบางบอนใต้ นายบุญ ชาวบางบอนใต้นี้ อยู่ในวัยชรามากแล้ว ได้มีศัทธาปสาทะ อุปสมบทเป็นพระภิกษุ และธรรมุเทศาจารย์ เจ้าคณะแขวงล่าง อำเภอบางขุนเทียน ในสมัยนั้น ได้แต่งตั้งพระภิกษุบุญ (ไม่ทราบฉายา) ให้เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ขณะเดียวกัน ปู้เฉย ย่ากัน เปียธัญญา ได้สร้างอุโบสถเป็นอาคารไม้ถวาย อยู่กันคนละฝั่งลำกระโดงสาธารณประโยชน์ตรงข้ามกับอุโบสถหลังเก่า ด้านทิศตะวันออก แต่เมื่อพระภิกษุบุญ เป็นเจ้าอาวาสได้ไม่กี่พรรษาก็มรณภาพ
ต่อมาเจ้าคณะแขวงล่าง ได้ตั้งให้พระภิกษุพุ่ม (ไม่ทราบฉายา และนามสกุล) ซึ่งเป็นชาวบางบอนใต้ อุปสมบทเมื่อวัยชราแล้ว เป็นเจ้าอาวาส ระยะนี้ทางวัด มีกุฏิ สำหรับเป็นที่พำนักพระภิกษุและสามเณรประมาณ 5 หลัง ช่วงที่พระภิกษุพุ่มชรามากนั้น พระภิกษุศิริ สิริปญโญ ได้ย้ายจากวัดแถวมหาชัย มาอยู่ที่วัดใหม่ตาเฉย จึงเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาวัด
การสร้างอุโบสถหลังใหม่ พ.ศ. 2459 พระภิกษุศิริ สิริปญโญ ได้ดำริสร้างอุโบสถหลังใหม่ให้ถาวรแทนอุโบสถหลังแรกที่ปู่เฉยได้สร้างไว้จึงได้ปรึกษากับหลวงโลกบาล ซึ่งเป็นนายอำเภอในสมัยนั้น หลวงโลกบาลได้ไปตรวจสอบสถานที่สร้างอุโบสถหลังใหม่แทนอุโบสถอาคารไม้ ซึ่งตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับอุโบสถหลังเก่าในปัจจุบันทางทิศตะวันออกมีลำกระโดงสาธารณประโยชน์คั่นอยู่กลาง
แต่มีปัญหาเรื่องที่ดิน เพราะเป็นที่ดิน ของนายมี นางกลีบ นิลอ่อน หลวงโลกบาลจึงให้ทางวัด สร้างอุโบสถหลังใหม่นี้ในที่ดินของวัดตรงที่สร้างอุโบสถหลังเก่าปัจจุบันนี้
ปี พ.ศ. 2459 หลวงโลกบาล ได้เป็นเจ้าภาพดำเนินการก่อสร้างอุโบสถถาวรหลังใหม่ให้วัดใหม่ตาเฉยบางบอนใต้โดยลำพัง และได้สร้างพระพุทธปฏิมาประธานซึ่งมีพระนามว่า
“พระบรมศรีสุคต อุดมพรตชินกูล พุทธบรมบพิธ” (พุทโธ) แต่ชาวบ้านเรียกพระนามท่านว่า “หลวงพ่อเกษร” เพราะผู้สร้างให้ช่างจำลองแบบพิมพ์ของหลวงพ่อเกษรวัดท่าพระ ต.ท่าพระ อ.บางกอกใหญ่ จ.ธนบุรี จึงนิยมเรียกชื่อเดิมของท่าน พระพุทธปฏิมาองค์นี้ เป็นพระพุทธรูป ปางมารวิชัย ศิลปสุโขทัย หน้าตักกว้าง 55 นิ้ว สูง 72 นิ้ว
ฐานทำเป็นรูปบัวคว่ำบัวหงาย ที่ฐานด้านหน้ามีจารึกเป็นอักษรขอมว่า “พระพุทธศักราช 2459” หลวงโลกบาลได้จัดพิธีเททองหล่อขึ้น ณ วัดราชโอรสาราม โดยมีพระภาวนโกศล (เอี่ยม) วัดหนัง ซึ่งชาวบ้านนิยมเรียกท่านว่า หลวงปู่เฒ่า เป็นประธานเททองหล่อพระพุทธรูปนี้ ต่อมาได้อัญเชิญพระพุทธรูปดังกล่าว นี้ลงเรือนำไปประดิษฐานเป็นพระพุทธปฏิมาประธานไว้ประจำอุโบสถวัดใหม่ตาเฉยบางบอนใต้ เมื่อเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 246๐
อนึ่ง วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 246๐ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 6 ได้พระราชทานวิสุงคามสีมาให้แก่วัดบางบอนใต้ ดังมีประกาศไว้ดังนี้
มีพระราชโองการ ประกาศไว้แก่ชนทั้งปวงว่า ที่เขตพระอุโบสถ วัดบางบอนใต้ ตำบลบางบอนใต้ ท้องที่อำเภอบางขุนเทียน จังหวัดธนบุรี โดยยาว 2 เส้น 1๐ วา กว้าง 1 เส้น 1๐ วา พระธรรมเทศาจารย์ เจ้าคณะแขวงล่าง จังหวัดธนบุรี ได้ให้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอเป็นที่วิสุงคามสิมา พระเจ้าแผ่นดินสยามได้ทรงยินดีอนุโมทนาอนุญาตแล้วโปรดให้กระทรวงนครบาลปักกำหนดให้ตามประสงค์ ทรงพระราชอุทิศที่นั้นให้เป็นที่วิสุงคามสิมา ยกเป็นแผนกหนึ่งต่างหาก เป็นที่สำหรับพระสงฆ์ มาแต่จาตุทิศทั้งสี่ ทำสังฆกรรมมีอุโบสถกรรมเป็นต้น
พระราชทานตั้งแต่ ณ วันที่ 4 มิถุนายน รัตนโกสินทรศก 136 พระพุทธศาสนายุกาล 246๐ เปนวันที่ 2398 ในรัชกาลปัจจุบัน







แสดงความเห็น
คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(430)
|