
มัสยิดบางหลวง (กุฎีขาว)




สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
ประวัติมัสยิดบางหลวง ที่เที่ยวกรุงเทพ เริ่มมาตั้งแต่หลังจากกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 ทำให้ชาวมุสลิมจึงได้มาลงหลักปักฐานสร้างแพอยู่บริเวณ 2 ฝั่งคลองบางกอกใหญ่ และจากคำบอกเล่า
บริเวณคลองบางหลวงแห่งนี้ เคยมีมัสยิดหรือสุเหร่า ที่ก่อสร้างด้วยไม้ ชื่อ กุฎีแดง และพบสระอาบน้ำละหมาดขนาดเล็ก กว้างยาวด้านละ 3 วา จึงสันนิษฐานว่า ในช่วงเวลานั้น มุสลิมนิกายสุหนี่ได้สร้างมิสยิดกุฎีแดงนี้ขึ้น เพื่อประกอบศาสนกิจบนฝั่งคลองนั่นเอง
มุสลิมที่อาศัยอยู่ที่บริเวณแพ 2 ที่ฝั่งคลองบางกอกใหญ่ โดยเริ่มมีจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น จึงได้ย้ายขึ้นบก มาสร้างที่อยู่อาศัยฝั่งตรงข้ามวัดหงส์ ยาวตลอดจนไปถึงคลองวัดดอกไม้หรือคลองบุปผาราม
และสันนิษฐานว่า ศาสนสถานกุฎีแดง นั้นอาจจะชำรุดหรือเสื่อมโทรม จึงได้มีการสร้างมัสยิดขึ้นมาใหม่ โดยพ่อค้ามุสลิมในหมู่บ้านชื่อ “โต๊ะหยี” ซึ่งรวมสมัครพรรคพวกก่อสร้างมัสยิดทรงไทยก่ออิฐถือปูนทั้งหลังขึ้น และให้ชื่อว่า “มัสยิดบางหลวง” และขยายขึ้นเป็นชุมชนมัสยิดบางหลวงในเวลาต่อมา
มัสยิดบางหลวง เป็นแห่งเดียวที่ไม่ได้ก่อสร้างมัสยิดตามพิมพ์นิยมทั่วไป (มีหลังคารูปโดมและมีสัญลักษณ์ดาวกับเดือนเสี้ยวประดับอยู่) และนับได้ว่าเป็น “มัสยิดก่ออิฐถือปูนแห่งเดียวในโลกที่เป็นทรงไทยทั้งหลัง” ซึ่งอิหม่ามประจำมัสยิดบางหลวง บอกว่า “มัสยิด ไม่จำเป็นต้องเป็นรูปโดม อาคารสถานที่ทุกอย่างไม่ได้มีกฏเกณฑ์ว่าต้องสร้างอย่างไร แต่แก่นแท้ที่สำคัญจริงๆ นั่นคือ ชาวมุสลิมยึดมั่นในพระอัลเลาะห์องค์เดียว”
มัสยิดบางหลวง จะตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก บันไดทางขึ้นทั้ง 2 ข้าง โดยมีลวดลายศิลปไทยพลสิงห์และบังขั้น พื้นหน้ามุขปูด้วยกระเบื้องซีเมนต์ ในขณะที่หน้าบันมีลักษณะของศิลป 3 ชาติ คือ
1. กรอบหน้าบัน (ศิลปไทย) เป็นเครื่องลำยองประดับห้ามลายไว้บนยอด 2. ใบหน้าบัน (ศิลปฝรั่ง) เป็นปูนปั้นลายก้านแย่งใบฝรั่งเทศ 3. ดอกไม้เป็นดอกเมาตาล (ศิลปจีน)
ซึ่งลายศิลป 3 ชาตินี้ ได้นำมาประดับที่กรอบประตูและหน้าต่างทุกบานของมัสยิด ส่วนตัวอาคารที่เป็นปูนทาสีขาวล้วน จึงเป็นที่มาของชื่อว่ากุฎีขาว) ส่วนที่เป็นไม้ทาสีเขียว แม้ว่าตัวอาคารจะสร้างเป็นทรงไทย
แต่ผู้สร้างได้สอดแทรกหลักการทางศาสนาอิสลามไว้ด้วย คือ มีเสาค้ำยันชายพาไล มีจำนวนทั้งหมด 30 ต้น (มีเท่ากับบทบัญญัติในคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งมี 30 บท) มีห้องละหมาดมี 12 หน้าต่าง 1 ประตู รวมทั้งหมดเป็น 13 ช่อง (มีเท่ากับกฎละหมาด 13 ข้อ) และแบ่งพื้นที่แยกไว้สำหรับหญิงและชาย เนื่องจากจะห้ามละหมาดร่วมกัน
สถานที่ตั้งของมัสยิด ที่ตั้งอยู่ซอยมัสยิดบางหลวง ถนนอรุณอมรินทร์ตัดใหม่ แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี มัสยิดในกรุงเทพฯ มีรถโดยสารสาย 19, 56,57 ผ่าน สังเกตุโดยลงที่ป้าย สน. บุปผาราม จกนี้นแล้วเดินเข้าไปประมาณ 200 เมตร
นอกจากนี้สามารถเดินทางไปได้ทางเรือ โดยขึ้นเรือหางยาวที่ท่าเรือราชินี ใกล้ปากคลองตลาด แล้วนั่งเรือข้ามฝั่งเข้าไปในคลองบางหลวง (คลองที่มีป้อมวิชัยประสิทธิ์ตั้งอยู่เป็นจุดสังเกต)
มีท่าน้ำเล็กๆ อยู่ด้านซ้ายมือ ติดป้ายชื่อมัสยิดบางหลวง ชุมชนกุฎีขาว ติดต่อได้ที่ โทรศัพท์หมายเลข 0-2466-6159 หรือกองการท่องเที่ยว กทม. 0-2225-7612-4





แสดงความเห็น
สิ่งสะท้อนของมัสยิดบางหลวงจากงานศิลปกรรมที่ไม่จำกัดสัญชาติ กระทั่งถึงชุมชนชาวบางหลวงที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติและเผื่อแผ่ไปยังชุมชนอื่น จึงเป็นสิ่งยืนยันในความเป็นจริง คนมุสลิมก็คือคนไทย มีจิตใจเป็นไทยเพียงแต่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้นเอง
การที่มัสยิดบางหลวงมีลักษณะสถาปัตยกรรมและศิลปะหลายชาติมาผสมผสานกัน จึงเป็นสิ่งสะท้อนบอกถึงความเป็นมาของมัสยิด บอกถึงภูมิปัญญาและความสามารถด้านช่างฝีมือ ของบรรพบุรุษของชาวชุมชน เพราะหากย้อนไปในอดีต จะเห็นว่ามีชาวต่างชาติจากหลากหลายประเทศเข้ามาทั้งรับใช้ในราชสำนักและทำการค้าขาย วัฒนธรรมประเพณีต่างๆจึงซึมซับและหลอมรวมกัน โดยไม่มีความเป็นเชื้อชาติหรือศาสนามาแบ่งกั้น
กาลเวลาผ่านล่วงมาถึงปัจจุบัน แต่กลิ่นอายแห่งอดีตก็ยังคงกรุ่นอยู่ในความรู้สึกของชาวชุมชน พวกเขายังคงเป็นมุสลิมผู้เคร่งครัดกับบทบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้า เช่นเดียวกับมัสยิดของชุมชน ที่ถึงแม้จะแปลกไปจากมัสยิดอื่น แต่คงไม่แตกต่างในความเป็นมุสลิม
มัสยิดบางหลวง หรือกุฎีขาว นับเป็นศาสนสถานที่กองการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร จัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภท Unseen in Bangkok

อัลบั้มรูป(21) 

● ช่างภาพ: manager.co.th ● ที่มา: manager.co.th |

● ช่างภาพ: bloggang.com ● ที่มา: bloggang.com |

● ช่างภาพ: [email protected] ● ที่มา: birdeyeview.multiply.com |
● ลิขสิทธิ์ภาพเป็นของช่างภาพ (800*500)
● ดูภาพขนาดเต็มได้จากแฟนเพจของช่างภาพ
● ดูภาพขนาดเต็มได้จากแฟนเพจของช่างภาพ
คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage