
ถ้ำสาริกา





สถานที่ท่องเที่ยวราชบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
ประวัติวัดถ้ำสาริกา มีพระธุดงไม่แจ้งชื่อ เข้ามาอาศัยถ้ำสาริกาเพื่อจำศีลราว พ.ศ.2490 ชาวบ้านแจ้งว่าจำพรรษา อยู่ราว 10 ปี ก็ย้ายจากไปราวปี พ.ศ. 2511 จัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์ยังอาศัยอยู่ในถ้ำมาได้ 10 ปี แม่ชี "สาลิกา" และผู้มีศรัทธาบริจาคกุฏิ 2 หลัง สร้างบนเขาให้พระจำพรรษาพร้อมกับสร้างปูชนีวัตถุ 2 รูป คือ พระสังกระจาย และพระสีวรี พร้อมถวายเงินสร้างบันไดขึ้นถ้ำจนสำเร็จและใช้มาทุกวันนี้
ปี พ.ศ. 2525 ได้รับสถาปนาเป็น " วัดของหลวง" เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2525 โดยมี นายทองเอิบ นางสมเชื้อ ใยพิมล ชาวกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ดำเนินการขออนุญาตจัดสร้างวัดขึ้น ในอดีต สมัยรัชการที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยทรงเสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้ ปัจจุบันนี้
วัดแห่งนี้สะอาดร่มรื่น มีต้นไม้นานาพันธ์ เหมาะสำหรับเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และจัดเป็นสถานที่ฝึกอบรมทาง พระพุทธศาสนา มีเนื้อที่ 22 ไร่ 1 งาน 93 ตารางวา โฉนดที่ดิน เลขที่ 52893 อาณาเขต ทิศเหนือจดที่เอกชน
ทิศใต้จดทางสาธารณะประโยชน์ ทิศตะวันออกจดภูเขา ทิศตะวันตกจดทางสาธารณประโยชน์ อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง 24 ม.ยาว 36 ม. สร้างเมื่อ พ.ศ. 2543 เป็นอาคารคอนกรีต เสริมหลัก กุฏิสงฆ์ จำนวน 3 หลัง มีอาคารไม้ 1 หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 หลัง นอกจากนี้มี หอระฆัง ปูชนียวัตถุ มีประธานประจำอุโบสถพระเจดีย์ 1 องค์ และพระพุทธรูปางต่าง ๆ อีกจำนวนหนึ่ง
ถ้ำสาริกา ด้วยวัดแห่งนี้ในอดีต และปัจจุบัน อาศัยถ้ำแห่งนี้เป็นค่าน้ำค่าไฟ และนำเงินผู้บริจาค มาสร้างความเจริญให้กับวัดตลอดมา ที่มีชื่อว่าถ้ำสาริกา ก็ด้วย พระพุทธเจ้าหลวง (ร.5) ได้เสด็จมา พ.ศ. 2433 ตามลายแทงของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.4) ได้เสด็จทางเรือมาศึกษาบริเวณถ้ำแห่งนี้ เมื่อ พ.ศ. 2399 ราว ร.ศ. 118 ร.5 ได้เสด็จทางน้ำโดยขึ้นบกที่ท่าน้ำเกาะพลับพลา ณ ทุ่งธรรมเสน จังหวัดราชบุรี
และทรงนั่งช้างมาพร้อมกับข้าราชบริพาร เมื่อตามบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ว่า "พระเจ้าตากสินฯ" พร้อมไพร่พล จำนวน 500 มวล แหกด่านกรุงศรีฯ เข้ามาพักแรมค้างคืนในถ้ำแห่งนี้ ซึ่งนำทางโดยเพื่อนของพระองค์คือ
นายทองด้วง (คือ ร.1) ซึ่งในอดีตนายทองด้วงเคยดำรงตำแหน่งเป็น หลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี มาก่อน เมื่อทรงพักแรม 1 คืน แล้วได้รวบรวมอาสาสมัครและเสบียงอาหารเพิ่มเติมแล้วออกเดินทางลัดเลาะไปตามชายฝั่งทะเล เพื่อไปตั้ง "กก" ที่เมืองจันทบุรีต่อไป(ร.ศ.118 ตรงกับ พ.ศ.2433) และ "ถ้ำสาริกา" ร.5 เป็นผู้แต่งตั้งให้หน้าถ้ำ จึงมีลายพระหัตถ์ติดหน้าถ้ำมาจนทุกวันนี้ (คำย่อ ร.ศ. 118 จปร.)
การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่าน จ.นครปฐม ขับตรงไปทางจ.ราชบุรี จะลอดใต้สะพานลอยที่จะไป จ.กาญจนบุรี จะผ่านสหกรโคนมหนองโพธิ์ จะพบสะพานลอยข้ามสี่แยกบางแพไปยัง จ.ราชบุรี (ไม่ต้องขึ้นสะพานลอย) ให้ชิดซ้าย จากนั้นจะพบไฟแดง ให้เลี้ยวขวาเพื่อไปยัง อ.โพธาราม
ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3080 ขับมาประมาณ 5.4 กม. จะข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลอง จากนั้นจะพบสามแยก (แยกซ้ายไปทางวัดเขาช่องพราน แยกขวาไปวัดขนอน) ให้เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3089 ประมาณ 11.6 กม. จะพบวัดเขาช่องพราน ขับเลยวัดเขาช่องพรานมาอีกประมาณ 8 กม. จะพบทางแยกซ้ายมือ เพื่อไปวัดถ้ำสาริกา ให้เลี้ยวซ้ายไปทางวัดถ้ำสาริกา ขับมาประมาณ 2 กม. จะพบวัดถ้ำสาริกา
รถโดยสารประจำทาง มีรถโดยสารปรับอากาศของบริษัทโพธารามทัวร์ จำกัด ออกเดินทางจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6.30-19.30 น. อัตราค่าโดยสารคนละ 55 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-4355036




แสดงความเห็น
คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage