หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานี >อ.ยะหริ่ง >ต.ยามู > วังเก่ายะหริ่ง
TL;DR: วังเก่ายะหริ่ง อยู่ที่หมู่ที่ 2 ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองปัตตานีเดินทางไปอำเภอยะหริ่ง ระยะทางประมาณ 13 – 20 กม. เข้าสู่ตำบลยามูและซอยพิพิธราษฎร์บำรุง.
วังเก่ายะหริ่ง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วังเก่ายะหริ่ง หรือวังเจ้าเมืองยะหริ่ง เป็นหนึ่งในอาคารประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของจังหวัดปัตตานี ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ห่างจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 13 – 20 กิโลเมตร ตามเส้นทางจากตัวเมืองไปอำเภอยะหริ่ง วังแห่งนี้สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2438 ในช่วงปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยพระยาพิพิธเสนามาตยาธิบดี ศรีสุรสงคราม เจ้าเมืองยะหริ่ง เป็นผู้สร้าง อาคารหลังนี้จึงเป็นทั้งวังเจ้าเมือง บ้านพักตระกูลผู้ปกครองท้องถิ่น และหลักฐานสำคัญของระบบหัวเมืองมลายูปัตตานีในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การปกครองสมัยใหม่
วังเก่ายะหริ่งมีความโดดเด่นตั้งแต่แรกเห็นด้วยรูปทรงอาคาร 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ ตัวอาคารมีบันไดโค้งทอดขึ้นไปสู่ระเบียงทั้ง 2 ด้าน จากระเบียงมีประตูเปิดเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ซึ่งมีลักษณะคล้ายท้องพระโรง พื้นที่นี้เคยทำหน้าที่เป็นห้องรับแขก บ้านเมือง ห้องว่าราชการ และพื้นที่สำคัญของเจ้าเมืองยะหริ่งในอดีต บรรยากาศโดยรวมของวังสะท้อนความสง่างามแบบบ้านเจ้าเมืองเก่า ไม่ใหญ่โตแบบพระราชวังส่วนกลาง แต่มีรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เข้มข้นมาก
ความสำคัญของวังเก่ายะหริ่งต้องอ่านร่วมกับประวัติศาสตร์ 7 หัวเมืองปัตตานี หลังจากเมืองปัตตานีถูกจัดแบ่งเป็นหัวเมืองย่อย ได้แก่ ยะหริ่ง สายบุรี หนองจิก จะบังติกอ รามัน ยะลา และระแงะ แต่ละเมืองมีเจ้าเมืองปกครองและมีความสัมพันธ์กับรัฐส่วนกลางผ่านระบบบรรณาการ การถวายต้นไม้เงินต้นไม้ทอง และการบริหารราชการหัวเมือง วังยะหริ่งจึงไม่ใช่เพียงบ้านเรือนของผู้มีฐานะ แต่เป็นศูนย์กลางอำนาจท้องถิ่นของเมืองยะหริ่งในช่วงเวลาที่การเมือง การค้า และวัฒนธรรมของปัตตานียังเชื่อมโยงกับโลกมลายูอย่างแน่นแฟ้น
พระยาพิพิธเสนามาตยาธิบดี ศรีสุรสงคราม ผู้สร้างวังแห่งนี้ เป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ยะหริ่งและปัตตานี การสร้างวังใน พ.ศ. 2438 สะท้อนสถานะของเจ้าเมืองยะหริ่งในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นยุคที่สยามกำลังปรับระบบการปกครองหัวเมืองให้เข้าสู่ระเบียบราชการสมัยใหม่ วังแห่งนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของยุคเปลี่ยนผ่านระหว่างบ้านเมืองแบบเจ้าเมืองท้องถิ่นกับระบบการปกครองส่วนภูมิภาคที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในเวลาต่อมา
ตัวอาคารวังเก่ายะหริ่งเป็นรูปตัวยู มีชั้นล่างเป็นพื้นที่ปูนหรือพื้นที่โล่งแบบใต้ถุนสูง ส่วนชั้นบนเป็นเรือนไม้ที่ใช้เป็นพื้นที่สำคัญของเจ้าเมืองและครอบครัว ห้องโถงขนาดใหญ่ด้านบนทำหน้าที่คล้ายท้องพระโรง ใช้รับแขกบ้านแขกเมือง ตัดสินเรื่องราว หรือทำกิจธุระของผู้ปกครอง ส่วนด้านข้างของอาคารทั้ง 2 ฝั่งจัดเป็นห้องพักของเจ้าเมือง บุตรธิดา และสมาชิกในครอบครัว รูปแบบนี้ทำให้วังมีทั้งหน้าที่ราชการและหน้าที่อยู่อาศัยอยู่ในหลังเดียวกัน
สถาปัตยกรรมของวังเก่ายะหริ่งเป็นการผสมผสานอย่างงดงามระหว่างศิลปะมลายู ชวา และยุโรป โครงสร้างครึ่งตึกครึ่งไม้ให้ความมั่นคงและเหมาะกับสภาพภูมิอากาศของภาคใต้ บันไดโค้งแบบยุโรปช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับทางขึ้นสู่ชั้นบน ช่องรับแสงประดับกระจกสีสดช่วยให้ภายในอาคารมีมิติของแสงและสี ส่วนช่องระบายอากาศและหน้าจั่วไม้ฉลุลวดลายพรรณพฤกษาสะท้อนฝีมือช่างพื้นถิ่นที่ละเอียดอ่อนและเข้าใจทั้งความงามและประโยชน์ใช้สอย
ลวดลายไม้ฉลุของวังเป็นส่วนที่ควรสังเกตเป็นพิเศษ เพราะเป็นองค์ประกอบที่ทำให้วังแตกต่างจากบ้านไม้เก่าอื่น ๆ ในภาคใต้ ลายฉลุบริเวณหน้าจั่ว ช่องลม ระเบียง และราวบันไดมีความอ่อนช้อย แต่ไม่ฟุ่มเฟือยเกินไป ลายพรรณพฤกษาและลายเรขาคณิตช่วยสร้างบรรยากาศที่สง่างาม ขณะเดียวกันก็ช่วยให้อาคารระบายอากาศได้ดี เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นและพื้นที่ใกล้ทะเลของอำเภอยะหริ่ง
บันไดโค้ง 2 ด้านของวังถือเป็นภาพจำที่สำคัญของสถานที่นี้ เพราะบันไดทอดขึ้นสู่ระเบียงชั้นบนอย่างสมดุล จากระเบียงสามารถเข้าสู่ห้องโถงกลางที่เปรียบเสมือนหัวใจของอาคารได้โดยตรง ความโค้งของบันไดและจังหวะของระเบียงทำให้อาคารดูนุ่มนวลและสง่างาม เมื่อมองจากลานด้านหน้า วังเก่ายะหริ่งจึงมีทั้งความเป็นบ้าน ความเป็นวัง และความเป็นอาคารราชสำนักท้องถิ่นผสมอยู่พร้อมกัน
พื้นที่ชั้นบนของวังมีความหมายทางสังคมสูง เพราะเป็นบริเวณที่เจ้าเมืองใช้รับรองแขกและดำเนินกิจการสำคัญ ห้องโถงกลางเปิดกว้างและเชื่อมต่อกับห้องต่าง ๆ โดยรอบ ทำให้อาคารสามารถรองรับทั้งพิธีการ การพูดคุย การต้อนรับ และชีวิตประจำวันของครอบครัวเจ้าเมืองได้ในพื้นที่เดียวกัน การออกแบบเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของเรือนเจ้าเมืองในสังคมมลายูปัตตานี ซึ่งไม่ได้แยกพื้นที่ราชการกับพื้นที่ครอบครัวอย่างเด็ดขาดเหมือนอาคารสมัยใหม่
ชั้นล่างของอาคารมีลักษณะเป็นลานโล่งหรือใต้ถุนสูง ทำให้อากาศถ่ายเทสะดวกและช่วยลดความร้อนจากพื้นดิน ในอดีตพื้นที่ชั้นล่างอาจใช้รองรับกิจกรรมเกี่ยวกับคนรับใช้ เครือญาติ หรือการใช้งานประจำวันของบ้านวัง การยกพื้นที่อยู่อาศัยหลักไว้ชั้นบนเป็นแนวคิดที่พบได้ในเรือนไทยและเรือนมลายูหลายพื้นที่ เพราะช่วยป้องกันความชื้น ระบายลม และสร้างลำดับชั้นของพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็นธรรมชาติ
วังเก่ายะหริ่งยังคงมีคุณค่าในฐานะบ้านที่มีชีวิต ไม่ใช่อาคารพิพิธภัณฑ์แบบแยกขาดจากชุมชน ปัจจุบันวังยังอยู่ในความดูแลของทายาทเจ้าของวังและยังคงได้รับการดูแลอย่างดี การเข้าชมจึงควรติดต่อขออนุญาตก่อน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการชมภายในอาคาร ถ่ายภาพเชิงรายละเอียด หรือเดินทางเป็นหมู่คณะ จุดนี้ทำให้การเที่ยววังยะหริ่งต่างจากการเที่ยวโบราณสถานทั่วไป เพราะผู้มาเยือนกำลังเข้าสู่พื้นที่ที่มีทั้งสถานะทางประวัติศาสตร์และสถานะของบ้านตระกูลเก่าในเวลาเดียวกัน
บริเวณรอบวังมีต้นไม้ใหญ่และบรรยากาศร่มรื่น ช่วยเสริมความสงบของอาคารเก่า พื้นที่สวนรอบวังทำให้ผู้มาเยือนมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมกับภูมิอากาศภาคใต้ได้ดี อาคารไม้ที่มีช่องลม ระเบียงกว้าง ใต้ถุนสูง และสวนรายรอบ เป็นการออกแบบที่พึ่งพาธรรมชาติ ไม่ใช่พึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่ การเดินชมรอบวังจึงช่วยให้เข้าใจภูมิปัญญาการอยู่อาศัยของคนชั้นนำในปัตตานีสมัยก่อน
ภายในวังยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับสิ่งของ เครื่องใช้ ภาพถ่าย เครื่องถ้วย และร่องรอยชีวิตของครอบครัวเจ้าเมืองที่ได้รับการดูแลสืบต่อมา สิ่งเหล่านี้ทำให้วังไม่ได้เป็นเพียงอาคารสวย แต่เป็นพื้นที่บันทึกความทรงจำของผู้คนในตระกูลและเมืองยะหริ่ง ข้าวของเครื่องใช้แต่ละชิ้นช่วยเล่าให้เห็นวิถีชีวิต การรับแขก การแต่งกาย การจัดบ้าน และรสนิยมของชนชั้นนำท้องถิ่นในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 25
ด้านวัฒนธรรม วังยะหริ่งมีความเกี่ยวข้องกับรองเง็ง ดนตรีและการแสดงพื้นบ้านมลายูปัตตานีที่เคยรุ่งเรืองในบริบทวังและสังคมชั้นนำท้องถิ่น วัฒนธรรมดนตรี การฟ้อนรำ และภาษาภายในวังช่วยสะท้อนว่าที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางการปกครอง แต่เป็นพื้นที่ผลิตและรักษาวัฒนธรรมของเมืองยะหริ่งด้วย การศึกษาวังเก่ายะหริ่งจึงช่วยให้เข้าใจทั้งสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์การเมือง และวัฒนธรรมการแสดงของปัตตานีในเวลาเดียวกัน
ภาษาที่ใช้ภายในวังมีลักษณะเฉพาะและแตกต่างจากภาษามลายูทั่วไปบางส่วน โดยเกี่ยวข้องกับสายสัมพันธ์ทางเครือญาติและวัฒนธรรมของรัฐกลันตัน รายละเอียดเรื่องภาษาภายในวังแสดงให้เห็นว่าวังยะหริ่งเป็นพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมเฉพาะตัว ไม่ใช่เพียงบ้านของเจ้าเมืองในความหมายกายภาพ แต่เป็นพื้นที่ที่มีระบบถ้อยคำ กิริยา ความสัมพันธ์ และการเรียกขานแบบเฉพาะของกลุ่มชนชั้นนำมลายูปัตตานี
ในเชิงท่องเที่ยว วังเก่ายะหริ่งเหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ปัตตานี สถาปัตยกรรมโบราณ วัฒนธรรมมลายูมุสลิม และเรื่องราวของ 7 หัวเมืองปัตตานี สถานที่นี้ไม่ได้เหมาะกับการเดินชมแบบรวดเร็วเพียงเพื่อถ่ายรูปอาคาร แต่ควรใช้เวลาอ่านองค์ประกอบของวัง สังเกตลายไม้ ฉลุ ช่องแสง กระจกสี บันไดโค้ง ห้องโถง ระเบียง และบริบทชุมชนยามูรอบวัง เพราะทุกรายละเอียดมีส่วนช่วยอธิบายอดีตของยะหริ่ง
เมื่อเดินทางมาถึงวัง ผู้มาเยือนควรเริ่มจากการชมด้านหน้าอาคารเพื่อดูสัดส่วนโดยรวม จากนั้นสังเกตบันไดโค้ง 2 ข้างที่นำสายตาขึ้นไปสู่ระเบียงชั้นบน ดูช่องลมและลายไม้ฉลุใต้ชายคา แล้วมองเข้าไปยังห้องโถงใหญ่ที่เคยทำหน้าที่คล้ายท้องพระโรง หากได้รับอนุญาตให้ชมภายใน ควรเดินอย่างระมัดระวัง ไม่แตะต้องสิ่งของเก่า ไม่เปิดปิดประตูหน้าต่างเอง และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลพื้นที่อย่างเคร่งครัด
การเดินทาง ไปวังเก่ายะหริ่งสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างในพื้นที่ จากตัวเมืองปัตตานีให้ใช้เส้นทางไปอำเภอยะหริ่ง เมื่อเข้าสู่ตำบลยามูให้มุ่งหน้าไปยังซอยพิพิธราษฎร์บำรุง วังตั้งอยู่ในย่านชุมชนของอำเภอยะหริ่ง ระยะทางจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 13 – 20 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นและเส้นทางที่ใช้ การเดินทางใช้เวลาประมาณ 20 – 30 นาทีในสภาพการจราจรปกติ
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้รถรับจ้างหรือคิวรถยะหริ่งจากตัวเมืองปัตตานี แล้วต่อรถในพื้นที่เข้าสู่ตำบลยามูได้ วังตั้งอยู่ในชุมชนและใกล้ถนนหน้าวัง จึงสามารถสอบถามคนในพื้นที่ได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตาม การเข้าชมภายในควรติดต่อขออนุญาตทายาทเจ้าของวังก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในวันหยุดหรือวันที่มีนักท่องเที่ยวหลายคณะ เพราะวังยังเป็นพื้นที่ดูแลของตระกูลและไม่ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์สาธารณะเต็มรูปแบบ
การจัดเส้นทางเที่ยวรอบวังยะหริ่งสามารถทำได้หลายแบบ หากต้องการเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในตัวอำเภอ ควรเริ่มจากวังเก่ายะหริ่ง ต่อด้วยมัสยิดรายอฟาฏอนี ย่านชุมชนยามู และพื้นที่เมืองเก่าของยะหริ่ง หากต้องการเชื่อมกับเส้นทางชายฝั่ง สามารถต่อไปยังหาดตะโละกาโปร์ แหลมตาชี บ้านดาโต๊ะ และสุสานโบราณบ้านดาโต๊ะ หากต้องการเชื่อมกับธรรมชาติและชุมชน ควรต่อไปยังชุมชนท่องเที่ยวบางปูเพื่อเรียนรู้ป่าชายเลนและวิถีประมงริมอ่าวปัตตานี
วังเก่ายะหริ่งยังเหมาะกับการจับคู่กับแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมในปัตตานี เช่น ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี มัสยิดกรือเซะ และชุมชนบาราโหม เพราะเส้นทางเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพปัตตานีในฐานะเมืองพหุวัฒนธรรมที่มีทั้งมลายูมุสลิม จีน ไทยพุทธ และชุมชนชายฝั่งอยู่ร่วมกัน การเริ่มต้นที่วังยะหริ่งทำให้ผู้เดินทางเข้าใจมิติของเจ้าเมืองและชนชั้นนำท้องถิ่น ก่อนขยายไปสู่ศาสนสถานและชุมชนอื่น ๆ
ผู้ที่ชอบถ่ายภาพสถาปัตยกรรมควรเลือกช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ เพราะแสงไม่แรงเกินไปและช่วยให้เห็นรายละเอียดของลายไม้ ฉลุ ระเบียง และสีของอาคารได้ชัดขึ้น การถ่ายภาพควรอยู่ในขอบเขตที่ผู้ดูแลอนุญาต ไม่ควรถ่ายภาพพื้นที่ส่วนตัว สิ่งของส่วนตัว หรือบุคคลในวังโดยไม่ได้รับอนุญาต การเคารพกติกาการเข้าชมเป็นสิ่งสำคัญ เพราะวังแห่งนี้ยังคงมีความสัมพันธ์กับทายาทและชุมชนโดยตรง
สิ่งที่ทำให้วังเก่ายะหริ่งควรได้รับการอนุรักษ์อย่างจริงจังคือความสมบูรณ์ของตัวอาคารและความหนาแน่นของเรื่องราว วังแห่งนี้ยังคงแสดงลักษณะเรือนเจ้าเมืองปลายรัชกาลที่ 5 ได้ชัด ทั้งผังอาคารรูปตัวยู บันไดโค้งแบบยุโรป งานไม้แบบมลายูและชวา ห้องโถงใหญ่ การใช้กระจกสี และบรรยากาศของบ้านเจ้าเมืองในพื้นที่ชายแดนใต้ หากสถานที่นี้ถูกมองเพียงเป็นอาคารเก่า ความหมายจะถูกลดทอนลง แต่หากอ่านในฐานะหลักฐานของเมืองยะหริ่งทั้งระบบ วังแห่งนี้จะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของปัตตานี
กล่าวโดยสรุป วังเก่ายะหริ่งเป็นสถานที่ที่รวมประวัติศาสตร์ 7 หัวเมืองปัตตานี สถาปัตยกรรมมลายู-ชวา-ยุโรป บ้านเจ้าเมืองปลายรัชกาลที่ 5 วัฒนธรรมรองเง็ง ภาษาภายในวัง และความทรงจำของชุมชนยามูไว้ในอาคารหลังเดียว ผู้ที่เดินทางมาปัตตานีและต้องการเข้าใจเมืองให้ลึกกว่าการเที่ยวชายหาดหรือมัสยิดสำคัญ ควรจัดวังเก่ายะหริ่งไว้ในเส้นทาง เพราะที่นี่คือหลักฐานมีชีวิตของยะหริ่ง เมืองเก่าที่เคยเป็นหนึ่งในหัวเมืองสำคัญของปัตตานีและยังคงส่งต่อความงามของอดีตมาจนถึงปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | วังเก่ายะหริ่ง / วังเจ้าเมืองยะหริ่ง / Yaring Old Palace |
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 2 ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี |
| ที่อยู่ | ซอยพิพิธราษฎร์บำรุง ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี 94150 |
| พิกัด | 6.8556733, 101.3761947 |
| ประเภทสถานที่ | วังเจ้าเมืองเก่า แหล่งประวัติศาสตร์ แหล่งสถาปัตยกรรม และแหล่งวัฒนธรรมมลายูมุสลิม |
| ไฮไลต์ | อาคาร 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ มีบันไดโค้ง 2 ด้าน ห้องโถงใหญ่คล้ายท้องพระโรง และงานไม้ฉลุผสมศิลปะมลายู ชวา และยุโรป |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างประมาณ พ.ศ. 2438 ปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระยาพิพิธเสนามาตยาธิบดี ศรีสุรสงคราม เจ้าเมืองยะหริ่ง |
| ที่มาของชื่อ | เรียกตามสถานะของอาคารในฐานะวังของเจ้าเมืองยะหริ่ง และเป็นวังเก่าที่สืบความทรงจำของตระกูลเจ้าเมืองในพื้นที่ยามู |
| ลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรม | ตัวอาคารเป็นรูปตัวยู ชั้นล่างเป็นปูนหรือใต้ถุนโล่ง ชั้นบนเป็นไม้ มีช่องรับแสงกระจกสี ช่องลม หน้าจั่วไม้ฉลุ บันไดโค้งแบบยุโรป และงานตกแต่งที่สะท้อนศิลปะพื้นเมืองกับชวา |
| พื้นที่สำคัญ / โซนภายใน | ลานด้านหน้า บันไดโค้ง 2 ด้าน ระเบียงชั้นบน ห้องโถงใหญ่ ห้องพักด้านข้าง พื้นที่ใต้ถุน และสวนรอบวัง |
| การเข้าชม | ติดต่อขออนุญาตทายาทเจ้าของวังก่อนเข้าชม โดยเฉพาะการเข้าชมภายในอาคารหรือการเดินทางเป็นหมู่คณะ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองปัตตานีเดินทางไปอำเภอยะหริ่ง ระยะทางประมาณ 13 – 20 กม. เข้าสู่ตำบลยามูและซอยพิพิธราษฎร์บำรุง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างในพื้นที่ |
| สถานะปัจจุบัน | ยังได้รับการดูแลจากทายาทเจ้าของวัง เป็นอาคารประวัติศาสตร์ที่ยังคงสภาพสำคัญหลายส่วน และเป็นจุดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอำเภอยะหริ่ง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานประสานข้อมูล | ทายาทเจ้าของวัง เทศบาลตำบลยามู และหน่วยงานท้องถิ่นอำเภอยะหริ่ง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | สอบถามเกี่ยวกับการเข้าชมวัง โทร. 061-2349537 / เทศบาลตำบลยามู โทร. 086-3660257 / คิวรถยะหริ่ง โทร. 084-1222862 |
| ข้อควรปฏิบัติ | ขออนุญาตก่อนเข้าชมภายใน ไม่แตะต้องของเก่า ไม่ปีนป่ายอาคาร ไม่ถ่ายภาพพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้เสียงสุภาพภายในบริเวณวัง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. มัสยิดรายอฟาฏอนี ประมาณ 1 กม. 2. ชุมชนยามูและย่านเมืองเก่ายะหริ่ง ประมาณ 1 กม. 3. ชุมชนท่องเที่ยวบางปู ประมาณ 7 กม. 4. หาดตะโละกาโปร์ ประมาณ 12 กม. 5. สุสานโบราณบ้านดาโต๊ะ ประมาณ 13 กม. 6. แหลมตาชี ประมาณ 16 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านดีลีฟ คอร์เนอร์ ถนนหน้าวัง ประมาณ 0.5 กม. โทร. 073-491057 2. ร้านพี่อูม ข้าวผัดปู วังเจ้าเมืองยะหริ่ง ประมาณ 0.5 กม. 3. พี่อูม ข้าวผัดปู สาขายะหริ่ง ประมาณ 2 กม. โทร. 081-9637371 4. ร้านอาหารในย่านตลาดยะหริ่ง ประมาณ 1 – 2 กม. 5. ร้านอาหารทะเลและอาหารท้องถิ่นบริเวณหาดตะโละกาโปร์ ประมาณ 12 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Taman Resort แหลมโพธิ์ ประมาณ 15 กม. โทร. 088-5963203 2. สมีลันโฮมสเตย์ แหลมโพธิ์ ประมาณ 15 กม. โทร. 098-0646023 3. โรงแรมบ้านสวนริมน้ำ ปัตตานี ประมาณ 17 กม. 4. โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว ปัตตานี ประมาณ 19 กม. โทร. 073-450570-72 5. โรงแรมซี.เอส. ปัตตานี ประมาณ 20 กม. โทร. 073-335093-4, 073-336090 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วังเก่ายะหริ่งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วังเก่ายะหริ่งตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ในซอยพิพิธราษฎร์บำรุง
ถาม: วังเก่ายะหริ่งมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นวังเจ้าเมืองยะหริ่งที่สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2438 ปลายรัชกาลที่ 5 โดยพระยาพิพิธเสนามาตยาธิบดี ศรีสุรสงคราม และเป็นหลักฐานสำคัญของประวัติศาสตร์ 7 หัวเมืองปัตตานี
ถาม: วังเก่ายะหริ่งเปิดให้เข้าชมหรือไม่?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. โดยควรติดต่อขออนุญาตทายาทเจ้าของวังก่อนเข้าชม โดยเฉพาะการเข้าชมภายในอาคาร
ถาม: พิกัดวังเก่ายะหริ่งคืออะไร?
ตอบ: พิกัดคือ 6.8556733, 101.3761947
ถาม: วังเก่ายะหริ่งมีจุดเด่นทางสถาปัตยกรรมอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคืออาคาร 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ ผังรูปตัวยู บันไดโค้งแบบยุโรป ห้องโถงใหญ่คล้ายท้องพระโรง ช่องรับแสงกระจกสี และงานไม้ฉลุที่ผสมศิลปะมลายู ชวา และยุโรป
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองปัตตานีไปวังเก่ายะหริ่งอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองปัตตานีเดินทางไปอำเภอยะหริ่ง แล้วเข้าสู่ตำบลยามูและซอยพิพิธราษฎร์บำรุง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างในพื้นที่
ถาม: ควรเที่ยววังเก่ายะหริ่งร่วมกับที่ไหน?
ตอบ: ควรเที่ยวร่วมกับมัสยิดรายอฟาฏอนี ชุมชนยามู ชุมชนท่องเที่ยวบางปู หาดตะโละกาโปร์ สุสานโบราณบ้านดาโต๊ะ และแหลมตาชี
ถาม: เข้าชมวังเก่ายะหริ่งควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: ควรขออนุญาตก่อนเข้าชมภายใน ใช้เสียงสุภาพ ไม่แตะต้องของเก่า ไม่ปีนป่ายอาคาร และไม่ถ่ายภาพพื้นที่ส่วนตัวหรือบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●พระราชวัง
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว




