หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น >อ.ภูเวียง >ต.นาหว้า > หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย
TL;DR: หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย อยู่ที่บ้านโนนอุดม-บ้านโนนสว่าง ตำบลนาหว้า อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.
หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 17.00 น.
หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ขอนแก่น ตั้งอยู่ที่บ้านโนนอุดมและบ้านโนนสว่าง ตำบลนาหว้า อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมชุมชนที่สะท้อนความผูกพันระหว่างคนอีสานกับควายไทยได้อย่างชัดเจน หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวอำเภอภูเวียงประมาณ 25 กม. และตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบทที่มีภูมิทัศน์ของทุ่งนา พื้นที่เลี้ยงสัตว์ แนวเขา และบรรยากาศริมเขื่อนอุบลรัตน์ ทำให้การมาเยือนไม่ได้เป็นเพียงการมาดูควาย แต่เป็นการเดินทางเข้าสู่วิถีชีวิตเกษตรกรรมดั้งเดิมที่ยังมีลมหายใจอยู่จริงในชุมชน
จุดเด่นของหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยคือการรวมตัวของชาวบ้านที่ยังคงเลี้ยงควายไทยจำนวนมาก และพัฒนาการเลี้ยงควายจากวิถีเกษตรดั้งเดิมไปสู่การอนุรักษ์ การเรียนรู้ และการท่องเที่ยวชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม บ้านโนนสว่างและบ้านโนนอุดมเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านมีความชำนาญในการเลี้ยงควายมายาวนาน ควายไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงหรือแรงงานในนา แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจ ครอบครัว ความทรงจำ และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนที่ส่งต่อกันมาหลายรุ่น
ในอดีต ควายไทยเป็นกำลังสำคัญของชาวนาอีสาน เพราะช่วยไถนา ลากเกวียน ขนของ และเป็นหลักประกันทางเศรษฐกิจของครอบครัว การมีควายหนึ่งตัวหรือหลายตัวหมายถึงการมีแรงงานที่ช่วยให้การทำนาเป็นไปได้อย่างมั่นคง ก่อนที่เครื่องจักรกลการเกษตรจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ควายคือเพื่อนร่วมงานของชาวนาในท้องนา เป็นสัตว์ที่อยู่ใกล้บ้าน ใกล้ครอบครัว และอยู่ในวิถีชีวิตประจำวันของคนชนบทอย่างแนบแน่น
เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป เครื่องจักรกลเข้ามาแทนแรงงานสัตว์มากขึ้น จำนวนควายในหลายพื้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่บ้านโนนอุดมและบ้านโนนสว่างยังคงเห็นคุณค่าของควายไทย ทั้งในฐานะทรัพยากรพันธุกรรมท้องถิ่น สัตว์คู่ชุมชน และทุนวัฒนธรรมที่ไม่ควรหายไป หมู่บ้านจึงได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น สำนักงานกรมปศุสัตว์ และหน่วยงานในอำเภอภูเวียง จนนำไปสู่การรวมกลุ่มอาชีพเลี้ยงควายและการพัฒนาสถานะเป็นหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย
พัฒนาการสำคัญของพื้นที่เกิดขึ้นเมื่อมีการจัดตั้งให้เป็นหมู่บ้านอนุรักษ์ระดับเขต 4 ในปี พ.ศ. 2523 และเข้าร่วมโครงการหมู่บ้านอนุรักษ์และพัฒนาควายของกรมปศุสัตว์ ชุมชนไม่ได้หยุดอยู่ที่การเลี้ยงควายตามวิถีเดิมเท่านั้น แต่ยังมีการพัฒนาการปรับปรุงพันธุ์ การดูแลสุขภาพสัตว์ การจัดการโรค การฝึกควายแสนรู้ การถ่ายทอดความรู้ให้เยาวชน และการเปิดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้วิถีชุมชน จนหมู่บ้านได้รับรางวัลในระดับประเทศและเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งอนุรักษ์ควายไทยที่โดดเด่นของจังหวัดขอนแก่น
ประวัติของชุมชนบ้านโนนสว่างยังเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการสร้างเขื่อนอุบลรัตน์ เดิมพื้นที่ชุมชนมีชื่อบ้านเหมือดแอ่ หมู่ 9 ตำบลนาหว้า อำเภอภูเวียง ต่อมาเมื่อมีการสร้างเขื่อนอุบลรัตน์ในปี พ.ศ. 2508 จึงมีการอพยพและตั้งหมู่บ้านใหม่เป็นบ้านโนนอุดม หมู่ 6 โดยมีนายสี วิชาชัยเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก ต่อมาเมื่อประชากรเพิ่มขึ้น จึงแยกเป็นบ้านโนนสว่าง หมู่ 10 โดยมีนายสิงห์ กมลครเป็นผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนรุ่นต่อ ๆ มาให้ความสำคัญกับการรักษาวัฒนธรรม วิถีเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์ควายไทย จนเกิดการผลักดันเป็นหมู่บ้านอนุรักษ์และพัฒนาควายไทยต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
ปัจจุบันพื้นที่นี้เป็นที่รู้จักในชื่อกลุ่มวิสาหกิจควายแสนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น บ้านโนนสว่าง ตำบลนาหว้า อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น กลุ่มนี้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2553 โดยสมาชิกในชุมชนที่ต้องการอนุรักษ์และพัฒนาควายไทยอย่างเป็นระบบ มีการดำเนินกิจกรรมด้านการเลี้ยงควาย การส่งเสริมอาชีพ การปรับปรุงพันธุ์ การดูแลโรค การศึกษาดูงาน การฝึกอบรม และการส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้วิถีชีวิตแบบพอเพียง รวมถึงการใช้แรงงานควายในการไถนาและการเพิ่มมูลค่าจากมูลควายผ่านการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ
บรรยากาศของหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป เพราะเป็นพื้นที่ชุมชนที่ยังมีวิถีจริง ไม่ใช่ฉากจำลองเพียงอย่างเดียว นักท่องเที่ยวจะได้เห็นทุ่งหญ้า พื้นที่เลี้ยงควาย คอกควาย ทางเดินควาย เกวียน ชาวบ้าน ผู้เลี้ยงควาย และวิถีการปล่อยควายออกหากินตามธรรมชาติในช่วงเวลาที่เหมาะสม บ้านโนนสว่างมีการเลี้ยงควายรวมกันเป็นจำนวนมาก โดยมีรายงานว่าชาวบ้านกว่า 70 ครัวเรือนเลี้ยงควายรวมมากกว่า 1,200 ตัว ซึ่งทำให้ภาพฝูงควายที่เดินหากินริมพื้นที่น้ำและทุ่งหญ้ากลายเป็นภาพจำสำคัญของหมู่บ้าน
ทุกวันในช่วงเวลา 09.00 – 12.00 น. และ 15.00 – 17.00 น. ชาวบ้านจะนำควายออกจากคอกเพื่อปล่อยหากินตามธรรมชาติในพื้นที่ที่มีหญ้าอยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ การจัดเวลาปล่อยควายเช่นนี้ช่วยให้การเลี้ยงเป็นระบบมากขึ้น ลดปัญหาสิ่งปฏิกูลตามเส้นทางในชุมชน และยังช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิถีการเลี้ยงควายแบบรวมฝูงได้อย่างชัดเจน ภาพควายจำนวนมากเดินเคียงกับชาวบ้านและทุ่งหญ้าริมเขื่อนเป็นภาพที่สะท้อนความสงบเรียบง่ายของชนบทอีสานได้เป็นอย่างดี
หนึ่งในกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากที่สุดคือการชมควายแสนรู้ ควายบางตัวได้รับการฝึกให้ตอบสนองคำสั่งพื้นฐาน แสดงท่าทางอย่างน่ารัก ขี่ได้ เทียบเกวียนได้ ไถนาได้ และเข้าร่วมงานถ่ายภาพหรือถ่ายทำสื่อได้ ตัวอย่างควายที่ถูกนำเสนอในข้อมูลของกลุ่ม ได้แก่ “นำโชค” เพศผู้ อายุ 6 ปี มีความสามารถด้านการขี่ เทียบเกวียน และถ่ายทำภาพยนตร์, “ขวัญ” เพศเมีย อายุ 12 ปี มีความสามารถด้านการขี่ เทียบเกวียน และถ่ายทำภาพยนตร์ รวมถึง “สายใจ” และ “สายใย” ซึ่งเป็นควายเพศเมียที่มีบทบาทในกิจกรรมถ่ายทำและกิจกรรมเรียนรู้ของชุมชน
การได้เห็นควายแสนรู้ช่วยเปลี่ยนมุมมองของผู้มาเยือนที่อาจเคยมองควายเป็นสัตว์เชื่องช้าเพียงอย่างเดียว แท้จริงแล้วควายไทยเป็นสัตว์ที่มีความจำดี เรียนรู้ได้ และผูกพันกับผู้เลี้ยงอย่างใกล้ชิด ความสัมพันธ์ระหว่างควายกับคนเลี้ยงเกิดจากการใช้เวลา การดูแล การพูดคุย การฝึกซ้ำ และความไว้ใจระหว่างกัน กิจกรรมควายแสนรู้จึงไม่ใช่เพียงการแสดงเพื่อความสนุก แต่เป็นภาพสะท้อนของความเข้าใจสัตว์และความผูกพันระหว่างชาวบ้านกับควายที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน
กิจกรรมหลักของหมู่บ้านมีหลายรูปแบบ ทั้งการเรียนรู้เรื่องควายไทยแบบหมู่คณะ การชมการแสดงควายแสนรู้ การขี่ควาย การนั่งเกวียน การไถนาด้วยควาย การอาบน้ำควาย การถ่ายภาพกับควาย การพักผ่อนริมเขื่อน การล่องเรือชมบรรยากาศเขื่อนอุบลรัตน์ และการเรียนรู้งานศิลปะหัตถกรรมท้องถิ่น กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสชีวิตชนบทผ่านประสบการณ์จริง ไม่ใช่เพียงการอ่านเรื่องราวในพิพิธภัณฑ์หรือชมภาพถ่าย
การไถนาด้วยควายเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างมาก เพราะในปัจจุบันการใช้ควายไถนาเริ่มหาชมได้ยากมากขึ้น การได้เห็นควายลากคันไถในแปลงนา ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าการทำนาในอดีตต้องอาศัยทั้งแรงกายของคน แรงงานของสัตว์ ความรู้เรื่องดิน น้ำ ฤดูกาล และจังหวะการทำงานอย่างสัมพันธ์กัน เด็กและเยาวชนที่เติบโตในเมืองสามารถเรียนรู้ได้ทันทีว่าข้าวหนึ่งเมล็ดไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่าย แต่ผ่านระบบชีวิตที่มีคน สัตว์ ธรรมชาติ และภูมิปัญญาร่วมกันอยู่เบื้องหลัง
การนั่งเกวียนและถ่ายภาพกับควายเป็นอีกกิจกรรมที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว กลุ่มเพื่อน และคู่รักที่ต้องการภาพถ่ายในบรรยากาศชนบท ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนยังมีบริการจัดกิจกรรมถ่ายภาพพรีเวดดิ้งกับควายและเกวียน ให้บรรยากาศท้องทุ่งที่แตกต่างจากการถ่ายภาพในเมือง วิวทุ่งหญ้า ริมเขื่อน แสงเย็น และควายไทยช่วยสร้างภาพจำที่เรียบง่าย อบอุ่น และมีเอกลักษณ์ของอีสานอย่างชัดเจน
กิจกรรมอาบน้ำควายเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผู้มาเยือนใกล้ชิดกับควายมากขึ้น นักท่องเที่ยวจะได้เห็นอีกด้านหนึ่งของควายไทยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานหนักในนาเท่านั้น แต่ยังเป็นสัตว์ที่ชอบน้ำ ต้องการการดูแลผิวหนัง และมีพฤติกรรมผ่อนคลายเมื่ออยู่ใกล้น้ำ การได้ช่วยอาบน้ำควายภายใต้การดูแลของชาวบ้านทำให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจการดูแลสัตว์ในเชิงปฏิบัติ และยังเป็นกิจกรรมที่สร้างความทรงจำได้ดีสำหรับเด็กและครอบครัว
พื้นที่ริมเขื่อนอุบลรัตน์เป็นฉากหลังสำคัญของหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย บรรยากาศของผืนน้ำ แนวภูเขา ทุ่งหญ้า และฝูงควายช่วยให้สถานที่แห่งนี้มีเสน่ห์มากกว่าแหล่งเรียนรู้การเลี้ยงสัตว์ทั่วไป นักท่องเที่ยวสามารถพักผ่อนริมเขื่อน ชมพระอาทิตย์ตก ถ่ายภาพฝูงควายที่เดินเล็มหญ้า หรือร่วมกิจกรรมล่องเรือชมบรรยากาศเขื่อนอุบลรัตน์ได้ตามแพ็กเกจของชุมชน ภาพชนบทริมเขื่อนเช่นนี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากในเมืองใหญ่และเป็นจุดขายสำคัญของหมู่บ้าน
ความสำคัญอีกด้านหนึ่งของหมู่บ้านคือการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงและการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ชุมชนมีแนวทางนำมูลควายมาทำปุ๋ยหมักชีวภาพเพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี นำความรู้จากการเลี้ยงควายมาสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และส่งเสริมให้เยาวชนเห็นคุณค่าของอาชีพเกษตรกรรม การอนุรักษ์ควายจึงไม่ได้เป็นเพียงการเก็บรักษาสัตว์สายพันธุ์หนึ่งไว้ แต่เป็นการรักษาระบบความรู้ที่เกี่ยวข้องกับดิน น้ำ พืช สัตว์ และชีวิตชุมชนทั้งหมด
สำหรับนักท่องเที่ยว การมาเที่ยวหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยควรใช้เวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมง หากต้องการทำกิจกรรมมากกว่าการชมวิว เช่น ขี่ควาย ไถนา อาบน้ำควาย ล่องเรือ หรือถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ควรติดต่อกลุ่มวิสาหกิจชุมชนล่วงหน้า เพราะกิจกรรมบางอย่างต้องใช้การเตรียมควาย อุปกรณ์ เจ้าหน้าที่ และช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะกิจกรรมหมู่คณะ โรงเรียน หน่วยงาน หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการผู้บรรยายหรือการจัดโปรแกรมเป็นพิเศษ
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ เนื่องจากอากาศไม่ร้อนจัด แสงถ่ายภาพสวย และเป็นช่วงที่มองเห็นวิถีการปล่อยควายออกหากินได้ชัดเจน ช่วงกลางวันอาจมีแดดแรง โดยเฉพาะพื้นที่ทุ่งหญ้าและริมเขื่อนที่เป็นพื้นที่เปิด นักท่องเที่ยวควรเตรียมหมวก น้ำดื่ม รองเท้าที่เดินสะดวก และเสื้อผ้าที่เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง หากไปในฤดูฝนอาจเห็นความเขียวของทุ่งหญ้าและบรรยากาศชนบทชัดเจนขึ้น แต่ควรระวังดินลื่นและเส้นทางเปียก
การเดินทางไปหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นหลัก จากตัวอำเภอภูเวียงเดินทางไปยังตำบลนาหว้าและบ้านโนนสว่าง ระยะทางประมาณ 25 กม. ส่วนผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองขอนแก่นสามารถใช้เส้นทางไปอำเภอภูเวียงหรืออำเภอเวียงเก่า แล้วต่อไปยังตำบลนาหว้า ระยะทางจากตัวเมืองขอนแก่นโดยประมาณอยู่ที่ 80 – 95 กม. แล้วแต่เส้นทางที่เลือก ควรเปิดแผนที่นำทางไปยังบ้านโนนสว่าง ตำบลนาหว้า อำเภอภูเวียง และติดต่อกลุ่มล่วงหน้าก่อนเดินทางเพื่อให้เข้าร่วมกิจกรรมได้ตรงเวลา
การเดินทาง หากเริ่มจากอำเภอภูเวียง ให้ใช้เส้นทางท้องถิ่นมุ่งหน้าไปยังตำบลนาหว้า ผ่านพื้นที่ชนบทและหมู่บ้านในเขตภูเวียงจนถึงบ้านโนนสว่าง หากเริ่มจากตัวเมืองขอนแก่นให้มุ่งหน้าไปทางอำเภอภูเวียงหรือเวียงเก่า จากนั้นต่อเข้าสู่ตำบลนาหว้า เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถท่องเที่ยวขนาดเล็ก การเดินทางแบบขนส่งสาธารณะควรวางแผนต่อรถท้องถิ่นล่วงหน้า เพราะพื้นที่หมู่บ้านไม่ได้อยู่ติดเส้นทางรถโดยสารหลักตลอดเวลา
สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อมาถึงหมู่บ้านคือเคารพพื้นที่ชุมชน ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ขับรถเร็วในหมู่บ้าน ไม่เข้าไปในคอกควายโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ให้อาหารสัตว์เองหากไม่ได้รับคำแนะนำ และควรฟังคำแนะนำจากผู้เลี้ยงควายทุกครั้ง ควายเป็นสัตว์ใหญ่ แม้โดยทั่วไปจะสงบและคุ้นคน แต่การเข้าใกล้ผิดวิธีอาจทำให้สัตว์ตกใจได้ ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะระหว่างกิจกรรมขี่ควาย อาบน้ำควาย หรือเดินใกล้ฝูงควาย
สำหรับชาวต่างชาติ หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจอีสานในมิติที่ลึกกว่าการชมเมืองหรือแหล่งโบราณคดี เพราะควายไทยเกี่ยวข้องกับชีวิตชาวนาโดยตรง เป็นสัญลักษณ์ของแรงงาน ความอดทน ความผูกพัน และวิถีการผลิตอาหารของสังคมไทย การได้เห็นควายแสนรู้ การไถนา การนั่งเกวียน และการพักผ่อนริมเขื่อนทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสความเป็นชนบทไทยผ่านประสบการณ์จริง เป็นการท่องเที่ยวที่เชื่อมคน เมือง ชุมชน และธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม
หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ขอนแก่นจึงเป็นจุดหมายที่มีคุณค่าทั้งด้านการอนุรักษ์พันธุ์ควายไทย การสืบสานภูมิปัญญาชาวนา การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และการท่องเที่ยวชุมชนแบบยั่งยืน ที่นี่ไม่ใช่เพียงสถานที่ถ่ายรูปกับควาย แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้เห็นว่าควายไทยยังมีบทบาทในชีวิตคนอีสานทั้งในอดีตและปัจจุบัน ผู้ที่เดินทางมาเยือนจะได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างคนกับควายผ่านทุ่งนา เกวียน คอกควาย ริมเขื่อน และคำบอกเล่าของชาวบ้าน เป็นประสบการณ์ที่เรียบง่ายแต่มีความหมาย และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของขอนแก่นที่ควรค่าแก่การเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเอง
| ชื่อสถานที่ | หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ขอนแก่น / วิสาหกิจควายแสนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น |
| ที่ตั้ง | บ้านโนนอุดม-บ้านโนนสว่าง ตำบลนาหว้า อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น |
| ที่อยู่ | บ้านโนนสว่าง หมู่ 10 ตำบลนาหว้า อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น 40150 |
| พิกัด | 16.70452, 102.55742 |
| ไฮไลต์ | ชมควายแสนรู้ ขี่ควาย นั่งเกวียน ไถนาด้วยควาย อาบน้ำควาย เรียนรู้วิถีชาวนา พักผ่อนริมเขื่อนอุบลรัตน์ และถ่ายภาพบรรยากาศชนบท |
| ประวัติ / ความสำคัญ | ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่นและกรมปศุสัตว์ จัดตั้งเป็นหมู่บ้านอนุรักษ์ระดับเขต 4 ในปี พ.ศ. 2523 และเข้าร่วมหมู่บ้านอนุรักษ์และพัฒนาควายของกรมปศุสัตว์ จนได้รับรางวัลระดับประเทศ |
| ที่มาของชื่อ | มาจากการเป็นชุมชนที่อนุรักษ์และพัฒนาควายไทย รวมถึงการฝึกควายแสนรู้และการถ่ายทอดวิถีชีวิตชาวนาที่ผูกพันกับควาย |
| ลักษณะเด่น | เป็นชุมชนเลี้ยงควายขนาดใหญ่ มีฝูงควายจำนวนมาก วิถีปล่อยควายออกหากินริมพื้นที่เขื่อนอุบลรัตน์ และกิจกรรมเรียนรู้เกี่ยวกับควายไทยแบบมีส่วนร่วม |
| การเดินทาง | จากอำเภอภูเวียงเดินทางไปตำบลนาหว้าและบ้านโนนสว่าง ประมาณ 25 กม. จากตัวเมืองขอนแก่นใช้เส้นทางไปอำเภอภูเวียงหรืออำเภอเวียงเก่า แล้วต่อเข้าสู่ตำบลนาหว้า ระยะทางประมาณ 80 – 95 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชุมชนอนุรักษ์ควายไทย และพื้นที่กิจกรรมเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 09.00 – 17.00 น. |
| ช่วงกิจกรรมเด่น | 09.00 – 12.00 น. และ 15.00 – 17.00 น. เป็นช่วงที่เหมาะกับการชมวิถีปล่อยควายออกหากินและกิจกรรมริมพื้นที่เลี้ยงควาย |
| ค่าเข้าชม / ค่ากิจกรรม | ติดต่อกลุ่มวิสาหกิจชุมชนล่วงหน้าสำหรับค่ากิจกรรม ขี่ควาย นั่งเกวียน อาบน้ำควาย ไถนา ล่องเรือ หรือกิจกรรมหมู่คณะ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ต้อนรับชุมชน พื้นที่เลี้ยงควาย จุดถ่ายภาพ เกวียน กิจกรรมริมเขื่อน พื้นที่เรียนรู้ และบริการกิจกรรมตามการนัดหมาย |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. โซนคอกควายและพื้นที่เลี้ยงควาย 2. โซนควายแสนรู้ 3. โซนทุ่งนาและกิจกรรมไถนา 4. โซนนั่งเกวียนและถ่ายภาพ 5. โซนอาบน้ำควาย 6. โซนริมเขื่อนอุบลรัตน์ 7. โซนล่องเรือและชมบรรยากาศเขื่อน 8. โซนเรียนรู้ศิลปะ หัตถกรรม และภูมิปัญญาชุมชน |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | กลุ่มวิสาหกิจควายแสนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น บ้านโนนสว่าง โดยมีนายบัวลม นาสมโภชน์เป็นประธานกลุ่ม ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาหว้า อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น และหน่วยงานปศุสัตว์ที่เกี่ยวข้อง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | วิสาหกิจควายแสนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น โทร. 098-6134413 / องค์การบริหารส่วนตำบลนาหว้า โทร. 043-040662 |
| Line | Toro8033 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | วิสาหกิจควายแสนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และองค์การบริหารส่วนตำบลนาหว้า อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. เขื่อนอุบลรัตน์ ประมาณ 18 กม. 2. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ประมาณ 30 กม. โทร. 043-438204, 043-438206 3. อุทยานแห่งชาติภูเวียง ประมาณ 35 กม. โทร. 043-438333 4. วัดพระบาทภูพานคำ ประมาณ 36 กม. 5. บางแสน 2 และหาดจอมทอง ประมาณ 38 กม. 6. Ma De’ Phu Wiang - มา เด้อ ภูเวียง ประมาณ 30 กม. โทร. 092-6598598 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. มีกินฟาร์ม MEKIN FARM ประมาณ 22 กม. โทร. 094-4928226, 061-6959926 2. Arabus Experience Café ภูเวียง ประมาณ 28 กม. โทร. 084-3870868 3. Mini Arabus Cafe สาขาภูเวียง ประมาณ 28 กม. โทร. 098-2805480 4. OMG - OMEGA Cafe ภูเวียง ประมาณ 29 กม. โทร. 080-5941553 5. Ma De’ Phu Wiang - มา เด้อ ภูเวียง ประมาณ 30 กม. โทร. 092-6598598 6. แม่คำดี นาหว้า ประมาณ 18 กม. โทร. 042-597348 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Pitchaya Ville Resort พิชญะวิลล์ รีสอร์ท ประมาณ 30 กม. โทร. 080-8317399 2. ชวนชม รีสอร์ท ภูเวียง ประมาณ 32 กม. โทร. 080-4502502, 085-6091325 3. ขุมทรัพย์โฮเทล KhumSaps Hotel ประมาณ 35 กม. 4. Phuwiang Grand Hotel โรงแรมภูเวียงแกรนด์โฮเต็ล ประมาณ 30 กม. โทร. 091-1307022 5. Bergen Resort Khon Kaen ประมาณ 45 กม. โทร. 061-3843279 6. Chomduen Phu Kao Resort ชมเดือนภูเก้ารีสอร์ท ประมาณ 50 กม. โทร. 092-9514524, 089-5322266 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ขอนแก่นอยู่ที่ไหน?
ตอบ: หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยตั้งอยู่ที่บ้านโนนอุดม-บ้านโนนสว่าง ตำบลนาหว้า อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ห่างจากอำเภอภูเวียงประมาณ 25 กม.
ถาม: หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. ช่วงที่เหมาะกับการชมวิถีปล่อยควายและกิจกรรมเด่นคือ 09.00 – 12.00 น. และ 15.00 – 17.00 น.
ถาม: ที่หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยมีกิจกรรมอะไรบ้าง?
ตอบ: มีกิจกรรมชมควายแสนรู้ ขี่ควาย นั่งเกวียน ไถนาด้วยควาย อาบน้ำควาย ถ่ายภาพกับควาย พักผ่อนริมเขื่อนอุบลรัตน์ ล่องเรือ และเรียนรู้ภูมิปัญญาชุมชน
ถาม: หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ค่ากิจกรรมขึ้นอยู่กับรูปแบบที่เลือก เช่น ขี่ควาย นั่งเกวียน อาบน้ำควาย ไถนา ล่องเรือ หรือกิจกรรมหมู่คณะ จึงควรติดต่อกลุ่มวิสาหกิจชุมชนล่วงหน้าก่อนเดินทาง
ถาม: หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยเหมาะกับเด็กและครอบครัวหรือไม่?
ตอบ: เหมาะกับเด็กและครอบครัว เพราะเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องควายไทย วิถีชาวนา เศรษฐกิจพอเพียง และกิจกรรมกลางแจ้ง แต่ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดเมื่ออยู่ใกล้ควาย
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย?
ตอบ: ควรเตรียมหมวก น้ำดื่ม รองเท้าที่เดินสะดวก เสื้อผ้าที่เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง และติดต่อกลุ่มวิสาหกิจชุมชนล่วงหน้าหากต้องการทำกิจกรรมพิเศษ
ถาม: เดินทางไปหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยอย่างไร?
ตอบ: จากอำเภอภูเวียงเดินทางไปตำบลนาหว้าและบ้านโนนสว่างประมาณ 25 กม. หากเดินทางจากตัวเมืองขอนแก่นให้มุ่งหน้าไปทางภูเวียงหรือเวียงเก่า แล้วต่อเข้าสู่ตำบลนาหว้า
ถาม: เที่ยวหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยแล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่เขื่อนอุบลรัตน์ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง อุทยานแห่งชาติภูเวียง วัดพระบาทภูพานคำ บางแสน 2 และ Ma De’ Phu Wiang ได้
โทร : 043211466
หมวดหมู่: ●บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
กลุ่ม: ●แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์
ปรับปรุงล่าสุด : 6 วันที่แล้ว




